Work Life Balance

October 6, 2013 at 1:48 pm | Posted in Myself | Leave a comment

Image

ชีวิตของการทำงานเป็นพยาบาลเป็นงานที่ใช้ความอดทนและความพยายามในการทำงานเพื่อช่วยเหลือคนป่วยให้เขามีสุขภาพร่างกายที่เจ็บป่วยหายดี หรืออาการดีขึ้น หรือ จบชีวิตอย่างไม่ทุกข์ทรมานมาก หรือ จากไปอย่างสงบ ไม่ว่าผลลัพธ์ขอการปฏิบัติงานจะเป็นอย่างไร ทุกวินาทีของการทำงาน ไม่เคยมีแม้เสี้ยววินาทีที่ปรารถนาให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นแก่ผู้ใด  มีบางเวลาที่เคยถามตนเองว่า ทำไมเราเลือกที่จะมาทำงานแบบนี้ เห็นคนเป็นทุกข์ตลอดเวลา  แต่เมื่อมองรอบตัวเราทุกที่ ทุกคนล้วนมีทุกข์ทั้งนั้น ทุกเพราะไม่พอใจในสิ่งที่มีและไม่มี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนชนชั้นไหน เชื้อชาติไหน

เพื่อนร่วมงานขับรถได้รับอุบัติเหตุ พักงานไปเกือบปี เขากลับมาทำงาน แล้วมาถามเราเกี่ยวกับหนังสือที่เรากำลังแปลเกี่ยวกับชีวประวัติของหลวงปู่จาม เราว่ากำลังแปล คงเสร็จประมาณมกราคม ปีหน้า เราคาดว่าถ้าเสร็จ เพื่อนที่ทำงานขอแบ่งอ่าน งานค้างเยอะมากที่โต๊ะ ทำงานเยอะไม่มีเวลาอ่านและรวบรวมงาน เพื่อนเขาเป็นออสซี่ สนใจและปฏิบัติสมาธิสายธิเบต เราให้หนังสือเขาไปอ่าน เป็นหนังสือของวัดป่านานาชาติ และแนะนำเขาให้ฟังธรรมของหลวงพ่อสุเมโธ ที่ยูทูป

เคยทำงานที่เมืองไทยต่อเวร สิบหกชั่วโมง และเคยทำงานที่ออสเตรเลียต่อเวรยี่สิบสี่ชั่วโมง เหนื่อยมากแต่ทำได้  และทำไม่บ่อย กำลังใจก็คือเราทำเพื่อคนอืน โรงพยาบาลขาดอัตรากำลังเราต้องช่วย เคยไม่ไปทำงานและยอมให้หักเงินเวรเมื่อโรงพยาบาลขอให้หยุดเพราะไม่มีคนไข้ เราก็หยุดเพราะถ้าไปทำงานก็ต้องนั่งอ่านหนังสือทั้งเวร สู้อยู่บ้านกับครอบครัวดีกว่า และ ช่วยรัฐบาลก็ประหยัดเงินด้วย เพื่อนก็ถามว่าทำไมเราไม่แคร์ มีเงินพอค่าใช้จ่ายเหรอ เราก็บอกเหตุผลไป โรงพยาบาลไม่ได้บังคับ แต่ขอร้อง เคยมีงานพิเศษขอให้ทำสามเวรติดต่อกันสามวัน ประมาณสามสิบชั่วโมง เราบอกทำได้สองวัน เราต้องหยุดพัก หนึ่งวันต่ออาทิตย์เป็นอย่างน้อย เขาต่อรอง เวรสุดท้ายสี่ชั่วโมงก็ได้ขอร้อง  เราไม่ทำเพราะคำนึงถึงสุขภาพ เขาจ่ายพันห้าร้อยบาทต่อชั่วโมง ถ้าเราทำเยอะต้องจ่ายภาษีเยอะด้วย เหนื่อย และมีเวลาให้ครอบครัวน้อยลง เด็กๆที่บ้านไม่ได้ทำกิจกรรมนอกบ้านกับเพื่อนเท่าที่ควร

เคยมีเพื่อนเล่าให้ฟังที่มหาลัยเขาทำงานอยู่มีนักเรียนต่างชาติเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือจนเป็นลมต้องเรียกรถพยาบาลมา เขามีความมุ่งมั่นมากแต่ขาดการประมาณถึงความพอดีของเขา โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

เราเคยขึ้นเวร เพื่อนร่วมงานที่เป็นหมอป่วย วิงเวียนศรีษะ ต้องหาเตียงให้เขานอน เขาอยู่เวร สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวรปกติของเขา มีลูกต้องดูแลสองคนที่บ้าน และสามีก็เป็นหมอทำงานที่เดียวกัน ทั้งทำงานทั้งดูแลครอบครัวบางทีก็พักไม่พอ

พยาบาลที่ทำงานด้วยกันมาจากอินเดีย เวลาสามีเขาไปต่างรั้ฐไม่่มีคนดูแลลูกเขาก็โทรมาลาป่วยจนหมดวันลาป่วย เขาก็ลาไม่รับเงินขึ้นเวร เขาไม่มีทางเลือกเพราะไม่สามารถทิ้งลูกไว้ที่บ้านโดยไม่มีคนดูแล

เพื่อนพยาบาลจากจีนเลือกทำงานไม่ประจำเพราะเลือกวันทำได้ ลูกยังเล็กสองคน วันไหนสามีว่างดูลูกถึงไปทำงานได้

เราเลือกทำพาร์ไทม ไม่เต็มเวลาสองที่ แต่รวมแล้วก็เกินกว่าเต็มเวลา บางครั้งเหนื่อยมากถ้าขึ้นเวรกลางวันที่โรงพยาบาลเพราะเดินทั้งวันสิบสองชั่วโมง กำลังคิดจะเปลี่ยนงาน ไปทำงานที่ไม่ต้องสมบุกสมบันขนาดนี้ เครียดกับงานคนไข้ไม่เท่าไหร่ แต่กับงานบริหาร เหมือนกันทุกที่ คนมีความยึดมั่นถือมั่น อัตตาสูงมีกับมนุษย์ทุกสังคม  ก็ต้องปล่อยวาง LET GO…ไม่มีสิ่งไหนยั่งยืนในโลกนี้ อยู่ไปทำหน้าที่ของเราไป เมื่อถึงวันเราก็ต้องไป มีชีวิตอยู่ก็ทำหน้าที่ไปตามที่พละกำลังความสามารถที่มีจะอำนวย  ไม่เบียดเบียน แบ่งปัน เลือกอยู่ในกลุ่มคนดีมีศีลธรรม เพื่อจะได้พัฒนาจิตให้ก้าวหน้า

เมื่อกลับไปเยียมเมืองไทยที่ไปประจำคือวัด เคยไปกราบหลวงปู่หล้าสองครั้งเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ การได้เห็นบุคคลที่ก้าวผ่านความอยากไปได้ ในร่างกายของมนุษย์อย่างเรา ให้ข้อคิดในการดำเนินชีวิต และ ทำให้รู้ถึงความจริงที่เราเป็นเรา ไปกราบหลวงปู่จามเมื่อท่านอายุ หนึ่งร้อยสองปี ก่อนที่ท่านจะละสังขาร ไปพร้อมกับครอบครัว  ได้ข้อคิดหลายอย่าง เวลาของเราบนโลกนี้เหลือไม่เยอะ เราต้องเร่งปฏิบัติทางสายกลาง ถ้าบุญมีมากคงไม่ต้องเวียนว่ายตายเกินอีกหลายภพชาติ เหนื่อย และต้องเบียดเบียนคนอืนกว่าเราจะเติบโตเลี้ยงตัวเองได้

ที่เมืองไทยมีอะไรหลายอย่างที่ดี และดีมาก ศาสนาพุทธทำให้บ้านเมืองเรายังเป็นที่น่าอยู่อาศัย เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พัฒนาจิตใจ สังคมที่มีมนุษย์ที่มีจิตใจใฝ่ดี ถือว่าเป็นสังคมที่ดี ดีกว่าสังคมที่มีวัตถุพร้อมเพรียงแต่หาคนไฝ่ดีน้อย เพราะไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร หาแก่นสารชีวิตไม่ได้ สังคมที่ไม่เขัาใจว่า ความจริงที่กำหนดขึ้น และความจริงสูงสุด นั้นแตกต่างกัน จะเป็นสังคมที่วุ่นวาย

ไม่มีที่ไหนเป็นที่ที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีที่ไหนที่ไม่มีปัญหาในโลกนี้ เราทำโลกให้เป็นที่สมบูณ์แบบไม่ได้  ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา และใจเรา สุขทุกข์ เราคิดเองกำหนดเอง ปัญหาจะมีอยู่ทุกที่ โดยปกติสังคมมนุษย์เราหาทางแก้ปัญหาที่หนึ่ง โดยกำหนดแนวทางแก้ปัญหาขึ้นมา เมื่อแก้ปัญหาที่หนึ่งได้ ผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาที่หนึ่งคือการสร้างปัญหาที่สอง 

เคยมีคุณยายคนไข้คนหนึ่งบอกว่าต้องรับประทานยา ยี่สิบห้าเม็ดแต่ละวัน เราก็ถามว่าทำไมเยอะจัง คุณยายว่า ยาบางตัวที่ทานก็เพื่อ ป้องกันและรักษาผล

ข้างเคียงของยาตัวอื่นที่ทาน ทุกข์ของการมีชิวิตอยู่นาน ทุกข์ของความไม่รู้ ทุกข์เพราะกลัวว่าจะตาย เพราะไม่รู้ว่าตายแล้วจะเป็นยังไง คุณยายว่าลำบากมากมีชีวิตแต่ละวัน ลำบากตัวเอง และลำบากคนอื่นที่ต้องดูแลคุณยาย  แต่คุณยายไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงไม่ลำบาก ป่วยทีก็เข้าโรงพยาบาลที  คราวนี้หมอคุณกับญาติ ถ้าคุณยายเป็นอะไรไป เราก็จะปล่อยให้คุณยายไปอย่างสงบ  คูณยายอยู่ลูกก็ทุกข์เห็นยายทรมาน พอยายไปลูกก็ทุกข์เพราะคิดถึงยาย

เราหลายคนในโลกนี้โชคดีเกิดมาร่างกายสมบูรณ์ มีความสามารถในการดูแลตนเองไม่ต้องพึ่งคนอืน เรามีเวลาเยอะแยะที่สามารถทำความดีที่ดีแท้

การเรียนรู้หาประสพการณ์ทางโลกไม่มีทางที่ชีวิตเดียวเราจะทำได้หมดทุกอย่างที่เราอยากทำ ฉนั้นเราควรใช้วิจารณญานในการเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติและตัวเรา คนเราทุกคนในชีวิตหนึ่งสามารถที่จะทำผิดพลาดได้เพราะเราเป็นมนุษย์ การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้จากการกระทำเท่านั้น ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยเราจะไม่มีโอกาสเกิดการเรียนรู้ หรือทำผิดเลย บางทีการกระทำที่ว่าผิดในที่แห่งหนึ่งอาจไม่ผิดในที่แห่งหนึ่ง หรือในเวลาหนึ่ง ความหวังก็คือว่า มนุษย์หลายหลายคนในโลกนี้เรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เห็นทางแห่งความพอดี อยู่ในสังคมที่ดีอย่างผาสุก

 

 

 

 

Leave a Comment »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.
Entries and comments feeds.

%d bloggers like this: